Cardiovascular Detection โปรแกรมตรวจสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

โรคหัวใจอันตรายถึงชีวิต! คุณอาจจะมีโอกาสเป็นได้โดยไม่รู้ตัว แต่ตรวจก่อน รู้ก่อน รักษาได้ ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เพื่อดูแลรักษาหัวใจและสุขภาพที่ดีให้อยู่กับคุณไปอีกยาวนาน


ตรวจสุขภาพหัวใจ ควรเริ่มต้นที่อายุเท่าไร?

การตรวจสุขภาพหัวใจและการทำงานของหลอดเลือ สามารถตรวจได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ยังไม่มีอาการผิดปกติ แต่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่ มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วน หรือมีประวัติคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดเป็นโรคหัวใจ

“ไขมันเลว” คอเลสเตอรอล LDL คือ ตัวการร้ายของโรคหัวใจจริงหรือ?

เมื่อพูดถึงการตรวจสุขภาพเพื่อดูความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด หลายคนจะคิดถึงค่าคอเลสเตอรอล LDL มาเป็นอันดับแรก เพราะเข้าใจ แต่จริงๆ แล้วนั้น LDL ไม่ใช่ไขมันเลว แต่เป็น “ไขมันจำเป็น” รู้หรือไม่ว่า 75-80% ของ LDL ที่ตรวจพบในเลือด ร่างกายของเราเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง ที่เหลืออีก 15-20 % ได้มาจากอาหาร การที่ร่างกายเราสร้าง LDL ออกมาเยอะแยะเป็นเพราะร่างกาย “จำเป็น” ต้องใช้ LDL เพื่อนำไปสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ ใช้สร้างวิตามินดี สร้างฮอร์โมน สร้างน้ำดี เป็นส่วนประกอบของระบบประสาท และอื่นๆ อีกมากมาย

การสะสมของไขมันในชั้นหลอดเลือดเกิดขึ้นได้อย่างไร?

LDL ปกติเป็นไขมันจำเป็นที่ถูกขนส่งผ่านเลือดไปยังเซลล์ปลายทาง ไม่ได้สะสมอยู่ตามหลอดเลือดรายทาง การสะสมของไขมันในชั้นหลอดเลือดจะเกิดขึ้นเมื่อ LDL นั้นเสื่อมสภาพไปแล้ว ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีก จึงจะถูกทิ้งไว้ตามหลอดเลือด ซึ่ง LDL เสื่อมสภาพนี้มีชื่อเฉพาะของตัวเองคือ Oxidized LDL (OxLDL)

จะรู้ได้อย่างไร ? ว่าเรามีความเสี่ยงหรือโอกาสในการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตันหรือไม่

หากเราอยากรู้ว่าตัวเองมีโอกาสเกิดหลอดเลือดตีบตันมากแค่ไหน แทนที่จะตรวจ LDL ที่มีประโยชน์ เราควรตรวจ Oxidized LDL  (OxLDL) ไขมันเสื่อมคุณภาพที่ถูกทิ้งไว้ในหลอดเลือด ซึ่งในปัจจุบันสามารถตรวจ OxLDL ในประเทศไทยได้แล้ว ค่าใช้จ่ายไม่สูง และสามารถรู้ผลได้ภายใน 7 วัน

ปัญหาหลอดเลือดตีบตันที่แท้จริงแล้ว ไม่ได้เกิดจากสาเหตุของการสะสมของ OxLDL ที่ผนังหลอดเลือดเป็นเพียงอย่างเดียว นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหลอดเลือดตีบ โดยหากเกิดการสะสมไขมันตรงผนังหลอดเลือดไปเรื่อยๆ จะเริ่มมีแคลเซียมมาก่อตัวกลายเป็นหินปูนที่ผนังหลอดเลือด จนเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งจากแคลเซียม หลอดเลือดเสียความยืดหยุ่น ไม่สามารถยืดออกได้ เมื่อหัวใจบีบตัวส่งเลือดไหลผ่านมาได้อีก จึงเกิดปัญหาหลอดเลือดตีบตันนั่งเอง

อันตรายถึงชีวิต หากเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
การที่หัวใจตีบตันอาจทำให้คุณเสี่ยงต่อภาวะต่างๆ เช่น หัวใขขาดเลือด สมองขาดเลือด

โปรแกรมตรวจสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบ ตรวจก่อน รู้ก่อน รักษาได้ 

เราสามารถตรวจดูได้ว่าหลอดเลือดหัวใจมีแคลเซียมมาพอกอยู่มากน้อยแค่ไหน โดยการตรวจที่เรียกว่า CT Calcium Score (หรือ Coronary Artery Calcium score; CAC) โดยถ้าหากตรวจพบคะแนนแคลเซียมมากกว่า 100 แสดงว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดตีบ และถ้าคะแนนมากกว่า 400 ขึ้นไป แสดงว่ามีความเสี่ยงสูงมาก

นอกจากค่า OxLDL, CT Calcium Score แล้ว ก็ยังมีการตรวจเลือดอื่นๆ ที่สามารถช่วยบอกความแข็งแรงของหลอดเลือดได้อีก เช่น ค่า Homocysteine ช่วยบอกการอักเสบของหลอดเลือด ค่า hs-CRP ช่วยบอกการอักเสบหรือการทำลายของเนื้อเยื่อภายในร่างกาย ค่า Ferritin ช่วยบอกการทำงานของเกล็ดเลือด ทำนายการเกิดการเกาะกันของเกล็ดเลือดและการเกิดลิ่มเลือด เป็นต้น

โปรแกรมตรวจสุขภาพคัดกรองโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบเชิงลึก
การตรวจแบบเชิงลึกเพื่อสามารถบอกถึงสาเหตุเบื้องลึก และหาทางป้องกันแก้ไขได้อย่างทันท่วงที เช่น 

  • การใช้สารอาหารเข้มข้นกระตุ้นการซ่อมแซมของหลอดเลือด การเลือกกินวิตามินที่ช่วยละลายแคลเซียมออกจากผนังหลอดเลือด 
  • การให้สารอาหารทางหลอดเลือดเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสการเสื่อมสภาพของ LDL
  • การกินยากระตุ้นสเต็มเซลล์ ให้มาช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด
  • การใช้สารอาหารลดการอักเสบของหลอดเลือด ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด
  • การทำคีเลชั่นบำบัด ลดปริมาณแคลเซียมสะสมในผนังหลอดอเลือด เป็นต้น

สำหรับผู้ที่มีปัญหาหลอดเลือดตีบตันอยู่ก่อนแล้วควรทำอย่างไร?
สามารถตรวจได้ว่ามีโอกาสเกิดซ้ำมากน้อยเพียงใด หากพบว่ามีโอกาสเกิดหลอดเลือดตันซ้ำ สามารถเลือกรักษาด้วยสเต็มเซลล์จากห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มอัตราการซ่อมแซมหลอดเลือดและเนื้อเยื่อหัวใจ

สเต็มเซลล์ อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับช่วยผู้ป่วยหัวใจขาดเลือด
จากข้อมูลสถิติทางการแพทย์และการวิจัยพบว่า การใช้สเต็มเซลล์ชนิด MSCs อย่างน้อย 100 ล้านเซลล์ ในผู้ป่วยหัวใจขาดเลือด ช่วยเพิ่มการซ่อมแซมของหลอดเลือดและเซลล์หัวใจ ช่วยเพิ่มการรอดชีวิตของเนื้อเยื่อหัวใจ ช่วยรักษาประสิทธิภาพการทำงานในด้านการบีบตัวของหัวใจ เพิ่มการสร้างหลอดเลือดใหม่ ลดการอักเสบของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อหัวใจ กระตุ้นการสร้างเซลล์หัวใจใหม่ และยังช่วยลดโอกาสเกิดผังพืดจากการขาดเลือดของหัวใจอีกด้วย